| Sittisak's profileชีวิตที่อยากจะเป็น....ไม...PhotosBlogLists | Help |
|
ชีวิตที่อยากจะเป็น....ไม่เห็นต้องเหมือนใครFebruary 04 Oh My Vespa !พี่....พี่....รู้จักเวสป้า...มั้ยพี่ ....
ทำไมวะ....มันมีอะไรนักหนา ไอ้เวสป้า เนี้ย
ทำไมสาวจะต้องเหลียวหลังเวลาได้ยินเสียงของมัน
ทั้งที่มันก็เก่าโคตร ขนาดนี้
อยากรู้จิงๆเลยว่า...
เวลากูปวดขี้เนี้ย...มันจะเป็นส้วมให้กูอึได้มั้ยวะ
เวลากูขี่มันจะบินได้เหมือนเครื่องบินมั้ยวะ
ไอ้เจ้ารถป๊อปคันเล็กๆ เหมือนโฟล์คเต่าสองล้อ พลังขับเคลื่อนเหมือนไม่มีแรง...แต่ก็วิ่งได้ฉิว... เป็นรถที่เหมือนไม่ใช้น้ำมัน แต่ก็ต้องใช้...แล้วก็เป็นรถที่เจ้าของ(มักจะ)เท่...แต่นั่นก็ไม่เสมอไป ที่พูดมาคือคำนิยามของรถเวส ในความคิด
แต่ละคนย่อมมีความผูกพันต่อคำว่าเวสป้า แตกต่างกันออกไป บางคนผูกพันแบบเหนียวแน่นหนึบ บางคนผูกพันบ้าง เล็กน้อยถึงปานกลาง หรือบางคนอาจจะแค่รู้จักแต่ไม่เคยสัมผัสมันเลย สำหรับกู.....หวังว่าจะได้ขับเวสไปเที่ยวทุกหนทุกแห่งที่เวสจะไปได้พร้อมกับคนรู้ใจ.....แท่ด แท่ด แท่ด แท่ด (จิงๆ เอาหมาซ้อนท้าย น่าจะรู้สึกสบายใจกว่า... เวลาไปไหนกลับค่ำๆ หมามันไม่บ่น....อิอิ!!) ........
January 21 นิยามความรักกับความจริง(ต่อ) 12.การที่เราจะประทับใจใครอาจจะใช้เวลาแค่เพียงนาที การที่เราจะชอบใครอาจจะใช้เวลาแค่เพียงชั่วโมง การที่เราจะรักใครอาจจะใช้เวลาเพียงชั่ววัน แต่การจะลืมใคร ใช้เวลาชั่วชีวิต
13.ขอให้คุณมีความสุขมากพอที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวาน ผ่านการทดสอบมามากพอที่จะทำให้คุณเข็มแข็ง มีความเศร้าโศกพอที่จะทำให้คุณมีความเป็นมนุษย์ และมีความหวังมากพอที่จะทำให้คุณเป็นสุข
14.เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าคุณรู้ว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวด รู้ว้เถอะว่าคนอื่นก็เจ็บปวดจากสิ่งเดียวกันเช่นกัน
15.จุดเริ่มต้นของความรัก คือการปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเอง อย่าดึงเขาจากภาพความเป็นเขา มิฉะนั้นจะหมายความว่าเราต้องการภาพสะท้อนของตัวเราที่ปรากฏในตัวเขา
16.คนที่มีความสุขที่สุด ไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุด เพียงแต่เขาทำสิ่งที่เขามีให้ดีที่สุดได้ต่างหาก
17.อนาคตที่สดใสอยู่บนอดีตที่ถูกลืม คุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปด้วยดี ถ้าหากไม่รู้จักการปล่อยวางความผิดพลาดและความเจ็บปวดที่ผ่านมาในอดีต
18.คุณร้องไห้ตอนคุณเกิด ในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้ม จงมีชีวิตอยู่เมื่อตอนคุณตาย คุณจะเป็นคนที่ยิ้มในขณะที่คนรอบข้างคุณร้องไห้ นิยามความรักกับความจริง 1.การรักและไม่ได้รับรักตอบเป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่าคือการรักใครสักคนแต่ไม่มีความกล้าพอ ที่จะบอกหั้ยคนนั้นรุและมาเสียใจภายหลัง
2.ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใครสักคนอยู่ แม้จะแยกความรู้สึก ความลุ่มหลง และความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว
3.สิ่งที่น่าเศร้าใจที่สุดคือการที่พบคนที่มีความหมายมากสำหรับเรา แต่ได้มาพบภายหลังว่าเราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้นและจะต้องปล่อยให้ผ่านพ้นไป
4.เมื่อประตูความสุขปิดลง ประตูความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้น แต่เราก็มั่วแต่มองประตูบานที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนาน จนกระทั่งเราไม่เห็นประตูแห่งความสุขบานอื่นที่เปิดไว้รอ
5.เพื่อนที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งริมระเบียงด้วยกัน โดยไม่พูดอะไรสักคำ แต่สามารถเดินจากไปด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยอย่างประทับใจ
6.เป็นความจริงที่เราไม่สามารถรับรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่ จนกว่าเราจะสูญเสียมันไป แต่ก็จริงอีกนั่นแหละ เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้าง จนกระทั่งผลของสิ่งนั้นเข้ามาหาเรา
7.การมอบความรักให้ใครสักคน ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ อย่าหวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในใจเขา แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ก็ให้พอใจอย่างน้อยมันก็งอกงามขึ้นในจิตใจของเรา
8.มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยิน แต่คุณจะไม่ได้ยินจากปากของคนที่คุณอยากจะได้ยิน แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวกโดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจากคนที่เค้าบอกกับคุณจากหัวใจ
9.อย่าบอกลาถ้าคุณยังจะพยายามต่อไป อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกไหว อย่าพูดว่าคุณไม่รักเค้าอีกแล้ว ถ้าคุณยังไม่สามารถทำใจ
10.ความรักมักจะมาเยือนผู้ที่ยังคงหวังถึงแม้ว่าจะผิดหวัง และมาเยือนผู้ที่ยังคงเชื่อ ถึงแม้จะถูกทรยศหักหลัง และมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บปวดมาก่อน
11.อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้ อย่ามองใครจากความร่ำรวย เพราะมันไม่จีรังยั่งยืน ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะยิ้มเดียวสามารถทำให้วันที่หม่นหมองกลับสดใสได้
January 15 สตรีที่มีรัก...เป็นสรณะแห่งชีวิตเวลากูรักใคร...กูรักด้วยหัวใจ
กูไม่เคยคิดว่าจะต้องทำอะไร ยังไง
กูมีหัวใจไว้รัก ถ้ามึงรักใคร
แต่มึงดันใช้สมองเหมือนเล่นเกมส์นินเทนโด
มึงไม่ได้รักหรอก นั่นมันเกมส์ชัดๆ
วาทะพิม พิรศลัย สุวรรณภักดี ผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้รู้จักรัก และจากไปด้วยรัก January 14 การจากลา=>การคาดหวัง ทำให้เราผิดหวัง
=>ความผิดหวัง ทำให้เราเจ็บปวด
=>ความเจ็บปวด ทำให้เราร้องไห้
บางครั้งการปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติก็เป็นการแก้ปัญหาง่ายที่สุด
ทุกอย่างมันมีความเป็นธรรมชาติในตัวมัน
เพราะพรุ่งนี้มีอะไออีกหลายอย่างที่ให้เราค้นหา
จงค้นหาสิ่งใหม่ เพื่อเติมแต่งสีสันของชีวิต
กาลเวลาผ่านมาเพื่อผ่านไป นำสิ่งต่างๆให้เข้ามาเพื่อได้พบเจอ ขึ้นอยู่ว่าเราจะจดจำ หรือทำอะไรกับมันบ้าง ในช่วงเวลานั้น ก่อนที่จะจำ นำสิ่งต่างๆให้ผ่านพ้นไป
นั่งคิดถึงช่วงเวลาที่เราผ่านอะไรหลายๆเรื่องมา ทำไมเรื่องสำคัญเรากลับทำมันตกหล่นไปได้อย่างง่ายดาย เรื่องสำคัญที่เข้ามาผูกพันจน เวลานั้นคิดภาพไม่ออกด้วยซ้ำว่า ถ้าเรื่องนี้หายไป ทุกอย่างจะเป็นยังไง รู้แค่ว่าทุกอย่างคงจบลง จบลงอย่างน่าเศร้าใจ แต่แล้วเวลา กลับทำงานอย่างเชื่องช้า ทีละนิด ทีละนิด มันมาพร้อมกลับเรื่องยุ่งยากที่ดูแล้วผ่านเข้ามาให้ทำไปเรื่อยๆไม่หนักหนา แต่สร้างช่วงเวลาที่เป็นช่องว่างอันกว้างใหญ่ ...ช่องว่างที่มาทำให้ทุกอย่างกลับกลายเป็นห่างไป
เมื่ออะไรสำคัญขึ้นมา เราก็จะหายไปจากเรื่องนั้นเอง โดยไม่รู้ตัว ทั้งๆที่ไม่อยากหายไปเลย เพราะว่าอะไรกันนะ
ราวกับเรื่องของสัตว์ป่า สัตว์ป่าเวลาที่คนเก็บไปรักษา คนไม่ได้ต้องการมัน เพียงแค่เก็บไปดูแล มันก็จะอยู่กับคน อยู่ให้เกิดความสนิท อยู่จนไม่คิดว่าจะมีอะไรทำให้พรากจาก แต่สัญชาตญาณกลับบอกให้สัตว์ป่าทำเรื่องเลวร้ายไปเองอย่างไม่ต้องตั้งใจ เป็นไปโดยลิขิตจากสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ ทุกครั้งสัตว์ป่าก็จะหายไปจากคน โดยที่สัตว์ป่าก็ไม่ได้อยากจะจากไป ซึ่งสัตว์ป่าก็คงคิดกับคนว่าเค้าก็คงไม่อยากจะจากมัน
ตอนนี้กลับรู้สึกว่าเรื่องต่างๆกำลังจะวนเข้าในรูปแบบเดิมๆของมัน ทั้งที่ก็ไม่อยากจะรู้สึกแบบเดิมอีกครั้งหรอกนะ พราะครั้งนี้ไม่ว่าอะไรก็สำคัญ ทุกคน ทุกสิ่ง ทุกอย่างสำคัญไปหมด รวมถึงคนที่เรียกได้ว่าแทบจะไม่รู้จัก อย่าเลยนะ ขอนะ ไม่อยากให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ไม่อยากจากไป แตลางสังหรณ์กลับรู้สึกถึงการมีอยู่ของมัน ของเรื่องร้ายครั้งนี้ อีกไม่นาน เรื่องที่ไม่ว่าจะกี่ครั้งจะดิ้นรนสักเท่าไหร่ ก็ไม่เคยทำอะไรได้ ใช่ว่าจะมีความสุขที่ได้นั่งมอง นั่งดูแบบนี้หรอกนะ แต่มันเป็นสิ่งที่ชินชา หรือจะเรียกว่ารู้สึกสนิทกะมันเสียแล้ว นิสัยเสียแบบนั้น นิสัยที่ไม่คิดจะสู้กับเรื่องที่กี่ครั้งที่เจอก็ต้องแพ้กลับมานั้น จะทำยังไงก็ราวกับว่ามัน "ความว่างเปล่า" นั่นแหละที่ต้องการฉัน มันคงเหงามากเลยนะ ไม่รู้ว่ามันคิดผิดหรือเปล่าที่เลือกฉันเป็นเพื่อนมัน แต่ตอนนี้ฉันสนิทกับมันมากเลยนะ.....ความว่างเปล่า
January 12 **** เมื่อเรารู้ว่าเนื้อคู่ไม่ได้มีคนเดียว และยังมีคนมากมายนับร้อยนับพัน ที่จะเข้ามาในชีวิตเราแล้ว เราจะรู้ได้ยังไงว่าคนไหนคือเนื้อคู่ของเราในชาตินี้
พรหมลิขิตจะช่วยชี้นำให้เราได้พบกับเนื้อคู่ในชาตินี้ ทว่าพรหมลิขิตไม่สามารถทำให้เรากับเขาอยู่คู่กันได้ มีเพียงเราเท่านั้นที่จะตัดสินว่าจะรับเขาไว้หรือปล่อยเขาไป มีหลายคู่ที่มาพบกัน แต่ไม่แน่ใจในหัวใจของตนเอง และเลือกทางที่จะทำให้ความรัก ที่ควรจะเกิดกลับมอดลงไปอย่างน่าเสียดาย สิ่งนี้เรียกว่าโศกนาฏกรรมแห่งความรักอย่างแท้จริง เพราะเราอาจจะมีโอกาสพบเนื้อคู่เราเพียงชั่วเสี้ยวเวลา แต่เรากลับไม่ทำอะไรลงไป ที่จะรั้งคู่ของเราเอาไว้ และแล้วรอจนกระทั่งเขาจากไป ดังนั้นสิ่งที่เราทำลงไป ณ นาทีนั้น จึงเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดของช่วงชีวิต
เมื่อเจอคนที่คิดว่าเป็นเนื้อคู่เราแล้ว จงมองเข้าไปในส่วนลึกของเขา จงใช้หัวใจมอง ใช้ความรู้สึกของตัวเองเป็นส่วนช่วยในการตัดสินใจว่า เขาใช้คนที่เราตามหาหรือเปล่า บางคู่ก็จำกันได้เพียงแค่สบตา บางคู่ต้องการสัมผัส บางคู่จะต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกันเพียงพอ แต่อย่างไรก็ตามมีหลายคู่ตัดสินใจไม่ลงเอยกัน ถึงแม้จะได้อยู่ด้วยกัน เรียนรู้กันแล้วก็ตาม ทุกคู่มีทางเดินของตัวเอง อาจจะไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกัน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่โศกนาฏกรรม แต่เป็นหนทางที่เลือกเดิน
เราไม่จำเป็นต้องค้นหาคำตอบในเรื่องนี้มากนัก หลายคนหมกหมุ่น และทุ่มเทในการหาใครสักคน สิ่งเหล่านั้นยิ่งทำให้ชีวิตลำบากมากขึ้น ธรรมชาติไม่ได้สร้างให้เรารับรู้ถึงอดีตที่ผ่านมา รวมถึงไม่ได้สร้างให้เรารับรู้ถึงสัมพันธ์ในอดีตชาติ เราไม่จำเป็นต้องรับรู้ว่าเขาหรือเธอคนนั้นใช้เนื่อคู่ของเราหรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านั้นยิ่งทำให้เราปิดกั้นตัวเองและไม่เปิดรับโอกาสที่ผ่านมา
|
|
|||||
|
|